อุปกรณ์ที่ใช้ในการดูดาว

posted on 01 Sep 2008 18:33 by magnificent-stars

อุปกรณ์ที่ใช้ในการดูดาว

 

 

    กล้องสองตา (binoculars) หรือที่เรียกขานกันหลายแบบ เช่น กล้องส่องม้า กล้องส่องทางไกล บ้างก็เรียกทับศัพท์เป็นฝรั่งไปว่า ไบน็อก เป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนคงจะเคยเห็นและเชื่อว่าหลายคนมีไว้ที่บ้าน จัดเป็นสื่อทัศนูปกรณ์ที่มีประโยชน์หลากหลายมาก พวกผีพนันนักแทงม้าคงจะคุ้นเคยที่สุด หนุ่ม ๆ บางคนลงทุนซื้อไว้ส่องสาว ๆ ทหารก็ต้องเคยเรียนต้องเคยใช้ ยิ่งนักนิยมไพรทั้งหลายด้วยแล้วยิ่งขาดไม่ได้ เพราะต้องใช้เป็นอาวุธคู่กายไว้ส่องดูสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ผีเสื้อ นก กล้วยไม้ วิวทิวทัศน์สารพัด แต่ใครเล่าจะคิดว่ากล้องชนิดนี้จะเอาไปส่องดูดาวบนท้องฟ้าได้ด้วย

    หลายคนทีเดียวที่เมื่อได้ยินว่าเอากล้องสองตาไปดูดาวแล้วเป็นต้องทำคิ้วขมวด คงสงสัยเหลือเกินว่ากล้องนี่จะไปเห็นอะไรได้ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า แท้จริงแล้วกล้องสองตาที่เราเห็นว่ามีกำลังขยายแค่ 7 เท่า 10 เท่านั้น เป็นเครื่องมือทางดาราศาสตร์ที่ดีเยี่ยม ไม่เพียงแต่นักดูดาวมือใหม่หรือมือสมัครเล่นเท่านั้น แม้แต่นักดาราศาสตร์หรือนักดูดาวมือฉมังที่มีกล้องโทรทรรศน์ราคาเรือนแสนเรือนล้านก็ยังต้องมีเจ้ากล้องสองตานี่คล้องคออยู่เสมอ และบางครั้งก็เลือกที่จะออกไปดูดาวโดยมีเพียงกล้องสองตา ส่วนกล้องโทรทรรศน์เก็บไว้กับบ้าน กล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตการณ์ในระดับใด คุณค่าของกล้องสองตาก็ไม่เคยด้อยลงไปเลย

 

 

กล้องสองตาดีอย่างไร?

 

    ถึงแม้ว่ากล้องโทรทรรศน์นั้นมีกำลังขยายสูงกว่ากล้องสองตามากก็จริง แต่กล้องสองตาก็สามารถทำอะไรบางอย่างได้อย่างที่กล้องโทรทรรศน์ทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดีเท่า ด้วยความที่กล้องสองตามีกำลังขยายต่ำ จึงทำให้เกิดข้อดีอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ มุมรับภาพที่กว้าง ทำให้กล้องสองตาเหมาะสมที่จะใช้ในการดูวัตถุที่มีขนาดปรากฏใหญ่ แต่มีความสว่างน้อยเช่นกระจุกดาว กลุ่มดาวเล็ก ๆ ดาวหาง เนบิวลา เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้ได้ดีในการค้นหาวัตถุแปลกปลอมต่าง ๆ เช่นดาวหางหรือโนวา เคยมีผู้ที่ค้นพบโนวาด้วยกล้องสองตามาแล้วหลายคน และดาวหางอีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกค้นพบในครั้งแรกด้วยกล้องสองตา หนึ่งในจำนวนนี้ก็คือ ดาวหางเฮียะกุตะเกะ (Hyakutake) ที่เรารู้จักกันดี

ส่องเห็นอะไรได้บ้าง?

 

   แน่นอนว่า กล้องสองตาไม่สามารถขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นถึงขนาดที่ว่าเห็นภูเขาบนดวงจันทร์เต็มตา หรือเห็นดาวฤกษ์ไกล ๆ ให้เป็นดวงใหญ่เบ้อเริ่มขึ้นมาได้ เพราะแม้แต่กล้องโทรทรรศน์คุณภาพสูงก็ยังทำไม่ได้ แต่มันสามารถพาเราไปสู่โลกอวกาศที่น่าพิศวง เราจะได้เห็นสิ่งต่าง ๆ มากมายอย่างที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสามารถเห็นได้ด้วยอุปกรณ์ธรรมดาเช่นนี้

   เริ่มที่ดวงจันทร์ก่อน ด้วยตาเปล่านั้นเรามองเห็นดวงจันทร์เป็นดวงกลม สีเหลืองนวล มีส่วนสีเข้มเป็นแต้ม ๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งดวง ไม่เห็นอะไรมากไปกว่านี้ ลองยกกล้องสองตาขึ้นส่องดู เราจะเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่ดูใกล้เข้ามา แม้จะใหญ่ขึ้นไม่มากนัก แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างมากก็คือ รายละเอียดต่าง ๆ บนพื้นผิวดวงจันทร์จะเห็นชัดเจนขึ้นมาก ขอบของดวงจันทร์ที่เคยเห็นว่ากลมราบเรียบก็ดูเหมือนว่าจะขรุขระตะปุ่มตะป่ำราวกับลูกมะกรูด หากเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง รายละเอียดต่าง ๆ อาจไม่เด่นชัดนัก แต่จะเห็นสิ่งสะดุดตาอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือ พื้นที่สีขาวโพลนเป็นบริเวณกว้างอยู่ทางตอนใต้ของดวงจันทร์ มีเส้นสีขาว ๆ พาดอยู่บนพื้นที่สว่างนี้เรียงกันเป็นแนวรัศมี ซึ่งแผ่ออกมาจากจุดศูนย์กลางจุดหนึ่งใกล้ขอบทางใต้ของดวงจันทร์ จุดนั้นคือทีโค หลุมขนาดใหญ่และลึกมากแห่งหนึ่งบนดวงจันทร์

 

 

การใช้กล้องสองตา

 

   หลายคนอาจจะคิดว่า แค่กล้องสองตาแค่นี้จะมีวิธีใช้อะไรต้องพูดกัน เพียงยกขึ้นมาส่องแล้วปรับโฟกัสก็ใช้ได้แล้วมิใช่หรือ? ในความเป็นจริงแล้ว การใช้กล้องสองตาก็มีเรื่องควรทราบและควรเรียนรู้อยู่บ้างพอสมควร บางเรื่องก็เป็นเรื่องสำคัญแต่มักถูกมองข้ามไปอยู่เสมอ ประมาณว่าเกือบครึ่งหนึ่งของคนที่ใช้กล้องสองตาที่พบเห็นกันนั้นใช้งานอย่างผิด ๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า มีบางคนเอากล้องขึ้นมาส่องแล้วบ่นว่า ดูไม่ชัดบ้าง หรือดูแล้วปวดตาบ้าง แล้วก็เลิกราไป ทั้ง ๆ ที่กล้องที่เขาใช้อยู่นั้นก็เป็นกล้องดีราคาแพงเสียด้วย

 

 

 

กล้องสองตากล้องหนึ่งจะมีส่วนที่เคลื่อนไหวได้อยู่ 3 ส่วนคือ


1) แกนกล้อง 2) ล้อหรือแหวนปรับโฟกัส 3) แหวนแก้สายตา

 

 

 

    แกนกล้อง คือส่วนที่มีลักษณะเหมือนบานพับที่เชื่อมระหว่างลำกล้องสองข้างเข้าด้วยกัน แกนนี้บิดไปมาได้ เพื่อปรับความห่างระหว่างลำกล้องทั้งสองให้เท่ากับความห่างของลูกตาของเรา เพราะคนแต่ละคนมีความห่างของลูกตาไม่เท่ากัน หากเราปรับความห่างของกล้องไม่เท่ากับความห่างลูกตาแล้ว เวลาเราส่องดูจะเห็นภาพในกล้องไม่ทับกันพอดี เมื่อส่องไปนาน ๆ ทำให้ตาลายจะพาลเลิกดูดาวเอาได้ จึงไม่ควรละเลยในจุดนี้

 

    ในการปรับความห่างของกล้องให้เท่ากับความห่างของตานี้ เราไม่ต้องถึงกับเอาไม้บรรทัดมาวัดหรือให้เพื่อนช่วยเล็งให้แต่อย่างใด วิธีปรับนี้ทำได้ง่ายมาก เพียงแต่ยกกล้องขึ้นส่องเหมือนกับจะส่องวิวธรรมดา ยังไม่ต้องปรับโฟกัสในตอนนี้ก็ได้ ให้สังเกตดูที่กรอบภาพ ถ้าความห่างของกล้องเข้ากันได้กับความห่างของลูกตาแล้ว กรอบภาพที่เห็นจะซ้อนกันเป็นวงกลมพอดีเหมือนกับส่องด้วยตาข้างเดียว ไม่มีการเหลื่อมกัน แต่ถ้าหากขอบภาพมีการเหลื่อมกันแสดงว่าความห่างของกล้องยังไม่เหมาะสม ให้บิดกล้องตามแนวแกนกล้องขึ้นหรือลงจนกว่าจะเห็นกรอบภาพกลมที่สุด ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว กล้องสองตาคุณภาพดีจะสามารถให้กรอบภาพกลมสนิทไม่มีการซ้อนเหลื่อม ดังนั้นเมื่อเลือกซื้อกล้องสองตาจึงควรพิจารณ์จุดนี้ด้วย

 

 

 

 

   แหวนปรับโฟกัสเป็นชิ้นส่วนที่คนส่วนใหญ่รู้จักและเข้าใจดี เพราะเป็นส่วนที่ต้องใช้บ่อยที่สุด เป็นแหวนที่ใช้สำหรับปรับความชัดของภาพ เมื่อส่องวัตถุต่าง ๆ ที่มีระยะห่างต่างกันก็ต้องปรับโฟกัสตามไปด้วย แต่สำหรับการดูดาว วัตถุท้องฟ้าต่าง ๆ อยู่ที่ระยะใกล้อนันต์ จึงมีระยะโฟกัสที่ใกล้เคียงกันมาก การส่องดูดาวจึงไม่ต้องปรับโฟกัสกันบ่อยเหมือนกับการส่องดูวัตถุบนพื้นโลก

 

   แหวนแก้สายตาเป็นส่วนที่ถูกมองข้ามมากที่สุด วงแหวนนี้จะอยู่ใกล้กับเลนส์ตาและมักมีอยู่เพียงข้างขวาข้างเดียว วงแหวนนี้จะทำหน้าที่คล้ายกับวงแหวนปรับโฟกัส แต่เป็นการปรับโฟกัสเพียงข้างเดียวเพื่อชดเชยความไม่สมดุลย์ของสายตาทั้งสองข้าง เพราะคน ๆ หนึ่งอาจมีสายตาสองข้างสั้นยาวไม่เท่ากัน เช่นสายตาข้างหนึ่งอาจจะสั้น 50 อีกข้างหนึ่งอาจจะสั้น 200 ก็เป็นไปได้ หากไม่มีแหวนแก้สายตานี้แล้ว ผู้ใช้ที่มีสายตาไม่สมดุลย์จะไม่สามารถมองเห็นภาพที่ชัดเจนทั้งสองข้างพร้อม ๆ กันได้เลย จะต้องมีภาพอย่างน้อยข้างใดข้างหนึ่งมัวอยู่เสมอ

 

การปรับแหวนแก้สายตา ให้ทำตามลำดับดังนี้

1. ยกกล้องขึ้นส่องดาวดวงหนึ่ง ดวงไหนก็ได้

2. หลับตาขวา ให้มองด้วยตาซ้ายข้างเดียว

3. ปรับวงแหวนโฟกัสจนกระทั่งเห็นภาพดาวชัดเจนที่สุด

4. หลับตาซ้าย ให้มองด้วยตาขวาอย่างเดียว

5. ปรับวงแหวนแก้สายตาจนกระทั่งเห็นภาพดาวชัดเจนที่สุดโดยไม่ต้องปรับวงแหวนโฟกัส

 

 

   เพียงเท่านี้ก็ถือว่าจบสิ้นกระบวนการปรับแหวนแก้สายตาแล้ว ลองดูที่ขีดที่บอกระยะข้าง ๆ วงแหวนแก้สายตา แล้วจำเอาไว้ว่าชี้อยู่ที่ขีดไหน หากต่อไปเราเผลอเอามือไปเลื่อนวงแหวนนี้เข้าจะได้หมุนกลับมาที่ตำแหน่งเดิมได้ทันที ไม่ต้องมาทำตามขั้นตอนอีกรอบให้เสียเวลา ถ้ากล้อง ๆ นี้เป็นของเราเอง ไม่มีใครขอยืมใช้ (หรือไม่อยากให้ใครยืม) เราอาจจะเอาเทปมาพันทับวงแหวนนี้ไม่ให้ขยับเลยก็ได้ เพราะการปรับแก้สายตาของแหวนนี้ใช้ได้กับทุกระยะวัตถุ ไม่ว่าจะเอาไปส่องดาวไกล ๆ หรือสองวัตถุอื่นในระยะใกล้ ๆ ก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวอะไรกับวงแหวนนี้อีก เหลือเพียงวงแหวนปรับโฟกัสวงเดียวเท่านั้นที่ต้องปรับอยู่เสมอเมื่อส่องวัตถุที่อยู่ใกล้ไกลไม่เท่ากัน

 

   ในขั้นตอนการใช้แหวนแก้สายตาที่กล่าวมานั้น เราใช้ดาวเป็นวัตถุทดสอบ จริง ๆ แล้ว เราอาจใช้วัตถุอื่น ๆ อยู่ในระยะไกล ๆ เช่น ยอดไม้ เสาไฟ เป็นวัตถุทดสอบแทนก็ได้ แต่ดาวจะเป็นวัตถุทดสอบที่ดีที่สุด เพราะว่าอยู่ไกลที่สุด และมีคอนทราสต์มากที่สุด

edit @ 1 Sep 2008 19:08:53 by Nubenz

Comment

Comment:

Tweet

ดีมาก

#3 By วิว (110.164.112.114) on 2010-02-08 19:42

#2 By ดเดด (110.164.112.114) on 2010-02-08 19:41

open-mounthed smile sad smile

#1 By (124.157.230.73) on 2010-01-15 14:18